หัวอกพ่อแม่สลาย! อัลตราซาวด์เห็นลูก "ยิ้มหวาน" นึกว่าน่ารัก ก่อนหมอเผยความจริง

หัวอกพ่อแม่สลาย! อัลตราซาวด์เห็นลูก "ยิ้มหวาน" นึกว่าน่ารัก ก่อนหมอเผยความจริง

หัวอกพ่อแม่สลาย! อัลตราซาวด์เห็นลูก "ยิ้มหวาน" นึกว่าน่ารัก ก่อนหมอเผยความจริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หัวอกพ่อแม่สลาย! อัลตราซาวด์เห็นลูก "ยิ้มหวาน" นึกว่าน่ารัก หมอหน้าเครียดเผยความจริงสุดวิกฤต

ภาพ "รอยยิ้ม" ของทารกในครรภ์ที่พ่อแม่คิดว่าเป็นสัญญาณแห่งความสุข กลับกลายเป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้หัวใจสลาย

เมื่อเว็บไซต์ HK01 รายงานเคสอุทาหรณ์ของหญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งที่เดินทางมาตรวจครรภ์เป็นครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์ได้ 5 เดือน และในระหว่างที่ทำอัลตราซาวด์ สามีของเธอสังเกตเห็นภาพลูกน้อยกำลัง "ฉีกยิ้ม" จึงเอ่ยปากชมด้วยความเอ็นดูว่าลูกน่ารักตั้งแต่ยังไม่เกิด แต่คุณหมอกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะเผยความจริงสุดช็อกว่านั่นไม่ใช่รอยยิ้ม

ตรวจครรภ์ช้าเพราะไม่พร้อม ภาพทารกแสยะยิ้มทำพ่อแม่ใจฟูเก้อ

ตามรายงานระบุว่า หญิงตั้งครรภ์รายนี้ชื่อว่า ทิงทิง (นามสมมุติ) เธอและสามีแต่งงานกันเนื่องจากตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ ในตอนแรกทั้งคู่ลังเลใจ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยกำหนดที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ตามปกติได้ จึงตัดสินใจแต่งงานและเก็บเด็กไว้ ทำให้ทิงทิงละเลยการตรวจครรภ์ตามกำหนด

และเพิ่งมาทำอัลตราซาวด์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงที่อวัยวะและใบหน้าของทารกเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างแล้ว และเมื่อหัวตรวจสแกนไปที่ใบหน้า ก็ปรากฏภาพคล้ายทารกกำลังส่งรอยยิ้มกว้างมาให้จนผู้เป็นพ่อตื่นเต้นดีใจ

หมอเผยความจริงสุดช็อก ไม่ใช่กำลังยิ้มแต่คือภาวะปากแหว่งเพดานโหว่

หลังจากคุณหมอพยายามสแกนและตรวจเช็กบริเวณริมฝีปากบนของทารกอย่างละเอียดซ้ำ ๆ ก็พบความผิดปกติและต้องแจ้งข่าวร้ายแก่ทั้งคู่ว่า สิ่งที่เห็นไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นรอยแยกที่เด่นชัดตั้งแต่ริมฝีปากบนลากยาวไปจนถึงจมูก ซึ่งเป็นอาการของภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ขั้นรุนแรง (ระดับ 3) เหตุการณ์นี้ทำให้ทิงทิงตกใจอย่างมากและเริ่มโทษตัวเอง

แต่แพทย์ได้อธิบายปลอบใจว่า ภาวะนี้เกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดในช่วงระยะตัวอ่อน (อายุครรภ์ 4 ถึง 8 สัปดาห์) ซึ่งเป็นการสุ่มเกิดขึ้นของพัฒนาการที่ผิดปกติ ไม่ได้มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งของแม่ในภายหลัง

ภาพประกอบiStockphotoภาพประกอบ

ความสำคัญของการตรวจครรภ์ เคสรุนแรงส่งผลกระทบระยะยาวจนต้องยอมตัดใจ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การตรวจครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ แพทย์จะสามารถประเมินความรุนแรง รวมถึงเช็กว่ามีความผิดปกติของอวัยวะภายในอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่

สำหรับเคสที่อาการไม่รุนแรง การผ่าตัดศัลยกรรมหลังคลอดสามารถช่วยให้เด็กกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติทั้งด้านสติปัญญาและร่างกาย แต่ในเคสที่รุนแรงมากจะส่งผลกระทบต่อการดูดนม การออกเสียง ไปจนถึงสภาพจิตใจของเด็กในอนาคต

ซึ่งหลังจากที่ทิงทิงและสามีเข้ารับการเจาะน้ำคร่ำเพื่อประเมินเพิ่มเติม และคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาและการดูแลระยะยาว ทั้งคู่จึงตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ด้วยความโศกเศร้า

แหล่งอ้างอิง

  1. HK01
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล